Top
 

สะเต็มศึกษา (วิทยาศาสตร์) ป.1 หน่วย 6 การเกิดเสียงและทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียง

Imagineering Education / บทเรียนสะเต็มศึกษา (วิทยาศาสตร์)  / สะเต็มศึกษา (วิทยาศาสตร์) ป.1 หน่วย 6 การเกิดเสียงและทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียง

สะเต็มศึกษา (วิทยาศาสตร์) ป.1 หน่วย 6 การเกิดเสียงและทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียง

ระดับชั้น : ประถมศึกษาปีที่ 1
หน่วยที่ : 6
เรื่อง :  เสียงและการเกิดเสียง
สาระ : สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ

ตัวชี้วัด :
ว.2.3.1 บรรยายการเกิดเสียงและทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียงจากหลักฐานเชิงประจักษ์

บทนำของเรื่อง : 
เรามักจะได้ยินเสียงต่างๆ มากมายในชีวิตประจำวัน เสียงมีแหล่งกำเนิดที่มาจากต่างที่กัน ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้นเสียงที่เกิดจะเดินทางจากแหล่งกำเนิดมายังหูของเราโดยเคลื่อนที่ออกมาทุกทิศทาง เสียงจึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตประจำวันของเรา

ทดลองทำให้เสียงเกิดขึ้น

จุดประสงค์ :

  1. ให้นักเรียนรู้จักวิธีการสร้างเสียง (ดีด สี ตี เป่า)
  2. สังเกตได้ว่าเสียงเกิดขึ้นเมื่อเกิดการสั่นของวัตถุ

อุปกรณ์ :1. กระป๋องน้ำ 2. ใบไม้ 3. เปลือกหอยหรือหิน 4. แก้ว 5. อุปกรณ์อื่นที่ทำให้เกิดเสียงได้ เช่น แท่งไม้ แท่งพลาสติก

วิธีทำการทดลอง :

  1. ให้นักเรียนวางแผนการทำให้วัตถุต่างๆ เกิดเสียงได้ด้วยวิธีต่างๆ
  2. ให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์และลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้
  3. สังเกตว่าวัตถุเกิดการสั่นหรือไม่
  4. บันทึกวิธีการทำงานให้เกิดเสียง และตอบคำถาม

ทำให้วัตถุเกิดเสียงได้โดยใช้วิธีใด [ ] ดีด [ ] สี [ ] ตี [ ] เป่า
นักเรียนได้ [ ] ยินเสียง [ ] ไม่ได้ยินเสียง
เกิดการสั่นของวัตถุหรือไม่ [ ] เกิด [ ] ไม่เกิด
วัตถุที่เกิดการสั่นคือ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ทำให้วัตถุเกิดเสียงได้โดยใช้วิธีใด [ ] ดีด [ ] สี [ ] ตี [ ] เป่า
นักเรียนได้ [ ] ยินเสียง [ ] ไม่ได้ยินเสียง
เกิดการสั่นของวัตถุหรือไม่ [ ] เกิด [ ] ไม่เกิด
วัตถุที่เกิดการสั่นคือ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ทำให้วัตถุเกิดเสียงได้โดยใช้วิธีใด [ ] ดีด [ ] สี [ ] ตี [ ] เป่า
นักเรียนได้ [ ] ยินเสียง [ ] ไม่ได้ยินเสียง
เกิดการสั่นของวัตถุหรือไม่ [ ] เกิด [ ] ไม่เกิด
วัตถุที่เกิดการสั่นคือ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลิปดาออกไปข้างนอกได้ยินเสียงต่างๆ มากมาย ทั้งเสียงสัตว์ เสียงคน จึงสงสัยว่าเสียงแต่ละเสียงมาจากไหน

แหล่งกำเนิดเสียงนั้นเป็นแหล่งกำเนิดเสียงที่มาจากธรรมชาติสร้างขึ้น หรือมาจากมนุษย์สร้างขึ้น เรามาช่วยกันหาคำตอบกันดีกว่า

กิจกรรมการจำแนก แหล่งกำเนิดของเสียงและธรรมชาติหรือมนุษย์สร้างขึ้น
ให้นักเรียนออกจากนอกห้องเรียนหรือคุณครูเปิดวีดิทัศน์ให้นักเรียนดู และเขียนชื่อแหล่งกำเนิดเสียงตามธรรมชาติลงในช่องซ้าย และเขียนแหล่งกำเนิดเสียงที่มนุษย์สร้างขึ้นลงในช่องขวามือ

Conclusion
ยกตัวอย่างแหล่งกำเนิดเสียงตามธรรมชาติ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ยกตัวอย่างแหล่งกำเนิดเสียงที่มนุษย์สร้างขึ้น
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

วัตถุที่ทำให้เกิดเสียงเรียกว่า
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

วันนี้ลิปดาและโพล่าไปเที่ยวสวนสาธารณะ และมีเด็กๆ กลุ่มหนึ่งทำการแสดงดนตรี ลิปดาตื่นเต้นมากที่ได้ยินดนตรี

แต่โพล่ากลับได้ยินเสียงอื่นๆ มารบกวนด้วย จึงสงสัยว่าเสียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาจากทิศทางไหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร

กิจกรรมสำรวจ เสียงเกิดจากการสั่นจริงหรือไม่
ให้นักเรียนหาแหล่งกำเนิดเสียงที่ใกล้ตัว เช่น ซ้อมเสียง แท่งโลหะ ไม้บรรทัดพลาสติก แท่งไม้ ให้วาดภาพ บอกชื่อ และทำให้เกิดเสียง
จากนั้นสังเกตการสั่นหรือไม่ ของแหล่งกำเนิดเสียง

Conclusion
เสียงเกิดจาก
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

แหล่งกำเนิดเสียงสามารถแบ่งได้ 2 อย่าง คือ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

นักเรียนคิดว่าเสียงเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดเสียง [ ] ทุกทิศทาง [ ] เฉพาะด้านหน้า

ความรู้เพิ่มเติมจากกิจกรรม

Knowledge Tank
การเกิดเสียง เสียงเกิดจากการสั่นของวัตถุที่เป็น แหล่งกำเนิดเสียง การเกิดเสียงสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การดีด สี ตี และเป่า

การสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง เมื่อวัตถุถูกทำให้เกิดการสั่นด้วยการ ดีด สี ตีและเป่า หรือด้วยวิธีอื่น จะทำให้เกิดเสียง เช่น เมื่อเราเคาะแก้ว, ดีดสายของกีตาร์, เป่าใบไม้, ตีกลอง วัตถุจะเกิดการสั่นและเกิดเป็นเสียงต่างๆ ขึ้น หรือเมื่อเราพูดคอเราก็จะสั่น ทำให้เกิดเสียงเช่นกัน

ประเภทของแหล่งกำเนิดเสียง
1. แหล่งกำเนิดเสียงที่มนุษย์สร้างขึ้น หมายถึง แหล่งกำเนิดเสียงที่ให้เสียงที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ด้วยวิธีการต่างๆ หรือเกิดจากการทำกิจกรรมในหลายรูปแบบ เช่น การดีด การสี การตี และการเป่า ที่มนุษย์เป็นผู้กระทำกับวัตถุนั้นจนทำให้วัตถุนั้นเกิดการสั่น เกิดเป็นเสียงขึ้น จนกลายเป็นแหล่งกำเนิดเสียงที่มนุษย์สร้างขึ้น

2. แหล่งกำเนิดเสียงตามธรรมชาติ หมายถึง แหล่งกำเนิดเสียงที่ให้เสียงที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เช่น เสียงสัตว์ ต่างๆ หรือเสียงที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือเสียงเสียดสีหรือกระทบกันด้วยวิธีการเกิดเสียงหลายรูปแบบ เช่น เสียงน้ำตก เสียงคลื่นกระทบฝั่ง เสียงสัตว์ร้อง เสียงลม เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า เป็นต้น

แหล่งกำเนิดเสียง

เสียงจะถูกส่งจากแหล่งกำเนิดมายังหูของเรา

การสั่นสะเทือนที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดเสียงที่แตกต่างกัน เช่น การดีดกีตาร์ การตีกลอง เป็นต้น โดยเสียงเคลื่อนที่ออกจากแหล่งกำเนิดเสียงทุกทิศทาง ในรูปแบบของคลื่นผ่านตัวกลางมายังหู ซึ่งเกิดเป็นเสียงที่เดินทางมายังหูของเราทำให้เราได้ยินเสียงนั่นเอง

การได้ยินเสียงของมนุษย์
เมื่อเสียงเคลื่อนที่มาถึงหูของเรา คลื่นเสียง จะมากระทบใบหูเข้ามายัง หูชั้นนอก ทำหน้าที่ในการรับคลื่น ผ่าน รูหู เข้ามายัง หูชั้นกลาง กระทบที่ เยื่อแก้วหู ซึ่งจะทำให้กระดูกภายในหูชั้นกลาง ซึ่งประกอบด้วย กระดูกค้อน กระดูกทั่งและกระดูกโกลน สั่นผ่านเข้าไปยัง หูชั้นในและเปลี่ยนคลื่นเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้าผ่านทางเซลล์ประสาทไปยังสมองทำให้เราได้ยินเสียง

1. เสียงมาจากไหน

จุดประสงค์ : หาทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียงจากแหล่งกำเนิด
อุปกรณ์ : 1. นักเรียนและเพื่อน 2. วัตถุที่ทำให้เกิดเสียง
วิธีทำการทดลอง : 1. ให้ปิดตา ให้เพื่อนตบมือในทิศทางโดยรอบ 2. ให้ผู้ปิดตาบันทึกสังเกตว่าเสียงมาจากทิศทางใด
นักเรียนคิดว่าทิศทางของเสียงเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดในลักษณะใด……………..

2. การสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง

จุดประสงค์ : ทดลองการเกิดเสียง เกิดขึ้นเมื่อแหล่งกำเนิดเสียงเกิดการสั่น จริงหรือไม่
อุปกรณ์ : 1. สังเกตจากการวางมือที่คอ
วิธีทำการทดลอง :

  1. ให้วางนิ้วที่ตรงกลางคอของเรา (กล่องเสียง) หรือแหล่งกำเนิดเสียง
  2. ให้ออกเสียงลักษณะเสียงที่แตกต่างกัน หรือทำให้วัตถุนั้นเกิดเสียง
  3. สังเกตลักษณะในความสั่นของกล่องเสียงหรือแหล่งกำเนิดเสียงอื่นๆ
  4. หาแหล่งกำเนิดเสียงอื่นๆ ที่ไม่ใช่คอ หยุดสั่นจะเกิดอะไรขึ้น

เสียงเกิดการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง [ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
หากต้องการหยุดเสียง จะต้องทำอย่างไร
………………………………………………………….
หากต้องการให้เสียงดังขึ้นต้องทำให้แหล่งกำเนิดเสียง [ ] สั่นมากขึ้น [ ] สั่นน้อยลง

โทรศัพท์ถ้วยกระดาษ Paper Cup Phone

จุดประสงค์ : ประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสารเกี่ยวกับการเดินทางของเสียง
อุปกรณ์ : 1. ถ้วยกระดาษ 2 ใบ 2. เชือกความยาวต่างๆ 4 เส้น
วิธีทำการทดลอง :

  1. นำแก้วพลาสติกมาเจาะรูเล็กๆ ด้านล่างของถ้วยทั้งสอง
  2. ร้อยเชือกด้วยด้ายแล้วมัดปมที่ปลายเชือกทั้ง 2 ด้าน
  3. ดึงให้ตึงและทดลองพูดผ่านถ้วยกระดาษข้างหนึ่งแล้วให้เพื่อนจับถ้วยกระดาษอีกด้านหนึ่งแนบหูเพื่อฟัง
  4. บันทึกผลการได้ยินและเปลี่ยนความยาวของเชือกจนกว่าจะไม่ได้ยินและบันทึกผลการได้ยินอีกครั้ง โดยทดลองพูดโดยไม่ใช้โทรศัพท์ในระยะเดียวกัน

1. ระหว่างการใช้โทรศัพท์กระดาษ และ ไม่ใช้ ผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกันอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. กิจกรรมโทรศัพท์ถ้วยกระดาษนี้ทำให้นักเรียนเข้าใจอะไรเกี่ยวกับเรื่องเสียง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

การเกิดและทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียง

01 Inspiration & Engagement
ลิปดาและโพล่าออกค่ายพักแรม ได้ยินเสียงประหลาดนึกว่าเป็นผี ดร.วี บอกว่าไม่ใช่ผี แต่เป็นเสียงของต้นไม้เสียดสีและสั่นจนเกิดเสียงต่างหากและทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียงจะเคลื่อนที่ออกจากแหล่งกำเนิดเสียงทุกทิศทาง

02 Problem & Question
เสียงเกิดจากสั่นจริงหรือ และเคลื่อนที่ออกจากแหล่งกำเนิดเสียงรอบทิศทางจริงหรือไม่

03 Definition
1. ถ้าออกแรงกระทำต่อวัตถุ (ด้วยการดีด สี ตี เป่า) จะทำให้วัตถุนั้นสั่นและเกิดเสียงได้
[ ] จริง [ ] ไม่จริง
2. ถ้าเสียงเคลื่อนที่ออกจากแหล่งกำเนิดจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด
[ ] ทุกทิศทาง [ ] เฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง

04 Hands – On Activity
1.ให้นำวัตถุมาทำเป็นแหล่งกำเนิดเสียงด้วย ดีด สี ตี หรือเป่า วิธีการใดวิธีการหนึ่ง
2.สังเกตแหล่งกำเนิดเสียงนั้นมีการสั่นหรือไม่
3.วัดค่าความดังของเสียงรอบๆ แหล่งกำเนิดเสียงเพื่อหาทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียงจากแหล่งกำเนิดเสียง

05 Materials
1. วัสดุรอบตัวที่หาได้ 4 อย่าง 2. เครื่องวัดค่าเสียง

06 Data Collection
ให้นักเรียนนำวัตถุรอบตัวมา 4 ชนิด มาทำให้เกิดเสียง พร้อมบันทึกวิธีการและการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง วัดค่าความดังของเสียงจากเครื่องวัด รอบๆ แหล่งกำเนิดเสียง

07 Analysis & Discussion
ให้เปรียบเทียบลักษณะของวัตถุ ขณะที่ออกแรงกระทำวัตถุแล้วทำให้เกิดเสียงจะแตกต่างกันอย่างไรกับวัตถุที่ไม่ได้ออกแรงกระทำและไม่มีเสียง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

08 Conclusion
อธิบายวิธีการทำให้เกิดเสียง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อธิบายการเคลื่อนที่ของเสียงจากแหล่งกำเนิด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

09 Knowledge Tank
การเคลื่อนที่ของเสียง
เสียงที่เกิดจากแหล่งกำเนิดจะ เคลื่อนที่ออกจากแหล่งกำเนิดเสียงในทุกทิศทุกทาง การเดินทางของเสียงต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ของเสียงมาถึงหูของเราโดยมีอากาศเป็นตัวกลาง แหล่งกำเนิดเสียงจะทำให้อากาศรอบๆ สั่นสะเทือนจะกระจายออกไปรอบทุกทิศทาง เมื่อคลื่นเดินทางมาถึงหูของเรา เราจะรับรู้เสียงต่างๆ

การเคลื่อนที่ของเสียงผ่านตัวกลาง เสียงจะเดินทางหรือเคลื่อนที่มาถึงผู้ฟังได้
ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ โดยเสียงไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านไปในบริเวณสุญญากาศได้และเสียงสามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่เป็น แก๊ส ของเหลว และของแข็งได้ เช่น เมื่อนักเรียนพูดกับเพื่อนเสียงเดินทางผ่านอากาศมาถึงหูเพื่อนจึงจะได้ยินเสียง หรือเมื่อคนงานซ่อมรางรถไฟเอาหูแนบกับรางรถไฟฟังเสียงว่ามีรถไฟมาหรือไม่ นั่นแสดงว่าเสียงต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่

เสียงดนตรีรอบกาย

เสียงเกิดจากการสั่นของวัตถุ วัตถุที่ทำให้เกิดเสียงเป็นแหล่งกำเนิดเสียงซึ่งมีทั้งแหล่งกำเนิดเสียงตามธรรมชาติและแหล่งกำเนิดเสียงที่มนุษย์สร้างขึ้น เสียงเคลื่อนที่ออกจากแหล่งกำเนิดเสียงทุกทิศทาง

นำความรู้มาสร้างเป็นเครื่องดนตรี โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ใกล้ตัว

Missons :

  1. ให้นักเรียนเลือกวัสดุที่ครูกำหนดให้นำมาสร้างเครื่องดนตรี
  2. โดยสร้างเป็นเครื่องดนตรีประเภท ดีด สี ตี เป่า
  3. จากนั้นให้นักเรียนออกมานำเสนอเครื่องดนตรีของนักเรียนหน้าชั้นเรียน

Materials : 1. กระป๋องอะลูมิเนียม 2. หนังยาง 3. ลูกโป่ง 4. แก้วพลาสติก 5. ตะเกียบ 6. หลอด 7. อุปกรณ์อื่นๆ ตามความเหมาะสมของครูผู้สอน

Plan & Design :1. เครื่องดนตรีของนักเรียนเกิดเสียงได้เพราะเหตุใด (ว 2.3.1)

  1. เราทำกิจกรรมต่างๆ โดยใช้ส่วนใดร่วมกันบ้างและอยากดูแลรักษาอย่างไร

Challenge Activity