Top
 

DIGITAL KIDS (เทคโนโลยี) ป.6 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

Imagineering Education / บทเรียนวิชาวิทยาการคำนวน  / DIGITAL KIDS  / DIGITAL KIDS (เทคโนโลยี) ป.6 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

DIGITAL KIDS (เทคโนโลยี) ป.6 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

ระดับชั้น : ประถมศึกษาปีที่ 6
หน่วยที่ : 3
เรื่อง : ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
สาระ : สาระที่ 8 เทคโนโลยี
ตัวชี้วัด :
ว 4.2 ป 6/3 ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
บทนำของเรื่อง : Information Literacy คือ ความรู้ ความสามารถ ในการประยุกต์ใช้ข้อมูลและสารสนเทศอย่างถูกต้องและเหมาะสม ไม่นำข้อมูลหรือสารสนเทศที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมมาใช้ เพราะจะทำให้เกิดผลเสียต่อตนเองและผู้อื่น

อินเทอร์เน็ต (Internet)

เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุด ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์จำนวนมาก บนโลกใบนี้เข้าด้วยกัน โดยแต่ละเครือข่ายจะต้องมีแม่ข่าย (Server) ที่เรียกว่า โฮสต์ (Host) เป็นคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลที่รับมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ

เมื่อต้องการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ควรติดต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider)หรือ ISP ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งที่ทำการติดตั้งและดูแลเครื่องสำหรับให้บริการ (Server) ที่ต่อตรงเข้ากับระบบอินเทอร์เน็ต ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน สายโทรศัพท์ หรือ สายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือส่งสัญญาณ ผ่านจานดาวเทียม ไปตาม บ้าน ผ่าน เร้าเตอร์ (Router) มายัง คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทั่วไป

1.ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ISP
หมายถึง หน่วยงาน หรือ องค์กรผู้ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต แก่บุคคลทั่วไป โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดของไทย คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือ กสท. แล้วเชื่อมโยงไปยังผู้ให้บริการรายอื่น เช่น TOT, 3BB, True, AIS ซึ่งจะเชื่อมไปยังผู้ใช้งานตามบ้านเรือนและบริษัทต่าง ๆ

2.สายโทรศัพท์ (Telephone)
หมายถึง ระบบโทรศัพท์ทั่วไปซึ่งสามารถนำเอาสายสัญญาณเสียบเข้ากับช่องสำหรับเสียบสายเชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์

3.การเชื่อมต่อสัญญาณความเร็วสูง ใยแก้วนำแสง (Optical Fiber)
เป็นสายสัญญาณอีกชนิดหนึ่งที่ทำจากเส้นใยพิเศษที่สามารถรับ – ส่งข้อมูลได้ดีกว่าสายโทรศัพท์ทั่วไปและรวดเร็วมากกว่า

4.ดาวเทียมและคลื่นวิทยุ(Microwave & Satellite)
เป็นระบบการสื่อสารโดยใช้คลื่นวิทยุและคลื่นไมโครเวฟ รับ-ส่งสัญญาณแบบไร้สายจากดาวเทียม

5.บ้านหรือสำนักงาน
เป็นผู้ใช้งานทั่วไปแล้วแต่ความต้องการของผู้ใช้งานว่าจะเลือกใช้สัญญาณความเร็วเท่าใด เช่น 10, 30 หรือ 100 MB

6.โมเด็ม เร้าเตอร์ (Modem Router)
เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนรูปแบบสัญญาณข้อมูลระหว่างอะนาล็อกและดิจิทัล ความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลของโมเด็มมีหน่วยเป็นบิตต่อนาที (bps)

7.คอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Client)
เป็นคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่รับ – ส่งข้อมูลมาจากเครื่องแม่ข่าย อาจจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะเครื่องโน้ตบุ๊ค เครื่องแล็ปท็อป ฯลฯ ก็จัดเป็นเครื่องลูกข่ายทั้งสิ้น

เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser)

เครื่องมือหรือโปรแกรมที่เป็นประตูหรือเครื่องมือที่ใช้อ่านข้อมูลเอกสารบนเว็บไซต์(Web Site) และเว็บเพจ (Web Page) ต่าง ๆ โดย เว็บเบราว์เซอร์ จะเชื่อมต่อกับ เว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ ผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ต

โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser)
ในปัจจุบันมีโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์หลายโปรแกรมด้วยกัน ตัวอย่างเช่น

Microsoft Edge พัฒนาโปรแกรมโดยบริษัทไมโครซอฟท์ Microsoft

Google Chrome พัฒนาโปรแกรมโดย Google เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ซาฟารี (Safari) พัฒนาโดยบริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ สำหรับเครื่องแมคอินทอช โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Mac OS X

Mozilla Firefox พัฒนาโดยกลุ่มคนที่ไม่หวังผลกำไรระดับโลก

เว็บเพจ (Web Page) คือ เอกสารที่ข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้ในการเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ ภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถจัดการให้เชื่อมต่อไปสู่ เว็บเพจอื่นภายในเว็บไซต์เดียวกัน หรือเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ภายนอก โดยการเขียนลิงก์ (Link)

เว็บไซต์ (Web Site)

หน้าเว็บเพจหลายหน้ามารวมกัน ซึ่งจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันด้วยรหัสที่เรียกว่า ไฮเปอร์ลิงก์ (HyperLink) หรือนิยมเรียกสั้นๆ ว่า ลิงก์ (Links) หน้าแรกของเว็บไซต์จะเรียกว่า โฮมเพจ (Home Page) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เชื่อมต่อของเว็บไซต์จะเรียกว่า URL หรือโดเมนเนม ของเว็บไซต์ เช่น www.youtube.com เป็นต้น

ไฮเปอร์ลิงก์ (HyperLink) หรือ ลิงก์
คือการเชื่อมโยงของเว็บเพจหรือเอกสารภายในเว็บเพจต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต โดยเป็นลักษณะการเชื่อมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งสามารถแบ่งการลิงก์บนเว็บเพจ ออกได้เป็น 2 แบบคือ
1. การลิงก์ภายในหน้าเว็บเพจเดียวกัน
2. การลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น

โฮมเพจ (Home Page)
เป็นคำที่ใช้เรียกหน้าแรกของเว็บไซต์ โดยจะเปรียบเสมือนกับเป็นสารบัญคำนำที่เจ้าของเว็บไซต์นั้นได้สร้างขึ้น เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์องค์กรของตนเพื่อเชื่อมโยงไปยังข้อมูลหรือเว็บเพจต่าง ๆ ทั้งภายในเว็บไซต์และภายนอก

โดเมนเนม (Domain Name)
หมายถึงชื่อที่อยู่ของเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตหรือจะเรียกว่า URL โดยจะต้องทำการจดทะเบียนกับองค์กรต่าง ๆ เช่น ถ้าชื่อลงท้ายด้วย (นามสกุล) .co.th ต้องจดทะเบียนที่ www.thnic.co.th

การใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ค้นต้องมี เทคนิคในการค้นหา ข้อมูลให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการในเวลาที่รวดเร็ว และนำข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือหลายแหล่ง ที่มีความสอดคล้องกัน และนำมาจัดลำดับผลลัพธ์จากการค้นหา การเรียบเรียง สรุปสาระสำคัญ เพื่อนำมาทำเป็นรายงานต่อไป

1. การค้นหาข้อมูล จะต้องใช้ คำสำคัญ (Keyword) ที่เหมาะสมในการค้นหา และต้องรู้จัก การใช้ เทคนิคการค้นหาขั้นสูง เช่น ใช้ตัวดำเนินการการระบุรูปแบบของข้อมูล หรือชนิดของไฟล์ในการค้นหา
2.การพิจารณาผลการค้นหา ให้เลือกใช้ข้อมูลจาก เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ และจากหลายแหล่ง และนำมาจัดลำดับผลลัพธ์จากการค้นหา
3. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล แล้วจึงนำข้อมูลที่ได้จากหลายแหล่งนำมา เปรียบเทียบ หาความสอดคล้อง เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ของข้อมูล โดยจะต้องประเมินแหล่งต้นตอของข้อมูล ผู้เขียน วันที่เผยแพร่
4. เรียบเรียงข้อมูล และสรุปสาระสำคัญ นำข้อมูลที่ได้มา เรียบเรียง และสรุปสาระสำคัญ พร้อมทั้งพิจารณารายละเอียดหรือลักษณะของข้อมูลความสมบูรณ์ของข้อมูลข้อมูลที่ดีต้องมีรายละเอียดครบทุกด้าน เพื่อนำไปทำเป็นรายงานต่อไป

1. การค้นหาข้อมูล
เนื่องด้วยอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุด มี เว็บไซต์ ซึ่งเป็นเอกสารเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งข้อความ ภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหวขององค์กรต่าง ๆ นำออกมาเผยแพร่ โดยปัจจุบันมีจำนวนเว็บไซต์มากกว่า 1,200 ล้านเว็บไซต์ ซึ่งการค้นหาเว็บไซต์ที่ต้องการนั้นต้องใช้ เว็บไซต์สำหรับสืบค้น(Search Engine) ตัวอย่างเช่น

เว็บไซต์สำหรับสืบค้น (Search Engine)
คือ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยการกรอกข้อมูลหรือคำสำคัญ (Keyword) ที่ต้องการค้นหา เข้าไปใส่ช่องค้นหา (Search Box) แล้ว รายชื่อเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคำสำคัญจะถูกแสดงออกมา

การค้นหาข้อมูลด้วย Google
Google เป็นเว็บไซต์ฐานข้อมูลที่ใช้สำหรับสืบค้น (Search Engine) ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมี เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server) กระจายอยู่กว่า 36 ประเทศทั่วโลกและมีโปรแกรมสนับสนุนภาษาต่างๆ ทั่วโลกกว่า 80 ภาษา (รวมทั้งภาษาไทย)

การใช้เทคนิคการค้นหา
หมายถึง วิธีการที่ใช้ในการค้นหา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด เทคนิคในการค้นหานั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. การค้นหาแบบพื้นฐาน (Basic Search) เป็นการค้นหาโดยใช้ คำสำคัญ หรือคีย์เวิร์ด (Keyword) ซึ่งคำที่ใช้ควรเป็นคำที่ตรงประเด็น กระชับจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงตามความต้องการ เพื่อค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ โดยคำสำคัญต่างๆ เช่น
   1. ชื่อผู้แต่ง เป็นการค้นหาโดยใช้ชื่อผู้แต่งซึ่งอาจจะเป็นชื่อบุคคล กลุ่มคน นามปากกา หรือเจ้าของบทความ เช่น ชื่อหน่วยงาน/องค์กร ที่เป็นผู้แต่งหรือผู้เผยแพร่บทความ เช่น รศ.ดร. วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ เป็นต้น
     2. ชื่อเรื่อง เป็นการค้นหาข้อมูล ด้วยชื่อเรื่อง เช่น ชื่อหนังสือ ชื่อบทความ ชื่อเรื่องสั้น นวนิยาย ชื่องานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ เช่น ชนิดของคำในภาษาไทย เป็นต้น
     3. หัวเรื่อง คือ คำสั้นๆ ที่กำหนดขึ้นมา เพื่อใช้แทนภาพรวมของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ต้องการค้นหา เช่น การท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เป็นต้น
     4. คำหรือวลีสั้นๆ คือ การค้นหาด้วยคำหรือวลีสั้นๆ โดยทั่วไปคำจะมีลักษณะที่สั้น กะทัดรัด ได้ใจความ มีความหมาย เป็นคำนามหรือเป็นศัพท์ ภายในเนื้อหาข้อมูลที่ต้องการ เช่น การเดินทางไปทะเลแหวก เป็นต้น

2. การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูง (Advanced Search) เป็นการเพิ่มความซับซ้อนในการค้นหามากกว่าการค้นหาแบบพื้นฐานโดยมีเทคนิคที่ช่วยให้การค้นหาได้ผลลัพธ์การค้นหาที่แคบลง หรือตรงกับความต้องการมากที่สุด เช่น การตัดคำ การจำกัดการค้นหาการใช้ตัวดำเนินการ การระบุรูปแบบของข้อมูลหรือชนิดของไฟล์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
     1. การใช้เครื่องหมายคำพูด เช่น “ท่องเที่ยวทะเลในประเทศไทย” เพื่อกำหนดขอบเขตของข้อมูลในการค้นหา จะทำให้ได้ผลลัพธ์แคบลง
2. การใช้เครื่องหมายบวกลบคัดเลือกคำ + (บวก) หน้าคำที่ต้องการจริง – (ลบ) ใช้นำหน้าคำที่ไม่ต้องการ เช่น การท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ภูเขา แต่เป็นทะเล
3. การใส่เครื่องหมายคำพูด (” “) กรณีค้นหาคำที่มีตัวเลขปน เช่น “windows 10” ไม่ควรค้นหาตัวเลขเดี่ยวๆ เพราะข้อมูลจะเยอะมาก
 4. ระบุประเภทของเว็บไซต์ เช่น ค้นหาโรงเรียนเฉพาะเว็บไซต์ของสถานศึกษาในประเทศไทย โรงเรียน Site:ac.th
*การใช้เทคนิคสืบค้นข้อมูลโดยใช้ตัวดำเนินการ หรือ ตรรกบูลีน (Boolean Logic) เป็นการค้นหา โดยใช้คำเชื่อม 3 ตัว คือ AND, OR, NOT ดังนี้ หมายเหตุ : หรือผู้ค้นหาสามารถใช้ตัวดำเนินการเชื่อมต่อกันก็ได้ เช่น … and …. not …..

     5. คำเชื่อม AND คือ การค้นหาโดยจะต้องมีคำนั้น ๆ มาแสดงเพิ่มขึ้นด้วย เช่น ทะเล AND ภูเขา หมายถึงให้แสดงข้อความที่มีทั้ง ทะเลและภูเขา ขึ้นมาแสดงผลการค้นหา
     6. คำเชื่อม OR คือ การค้นหาโดยจะต้องนำคำใดคำหนึ่งที่พิมพ์ลงไปมาแสดง หรือทั้งสองคำ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ภูเขา OR น้ำตก หมายถึง ให้แสดงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น ภูเขา หรือ น้ำตก หรือแสดงอย่างใดอย่างหนึ่ง
     7. คำเชื่อม NOT คือ การค้นหาโดยไม่ให้เลือกคำนั้นๆ มาแสดง เช่น สถานที่ท่องเที่ยว NOT วัด หมายถึง สถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่วัด
     8. ค้นหาไฟล์ เช่น ระบุชนิดของไฟล์เอกสาร เช่น pdf, ppt, doc เป็นต้น filetype:pdf ท่องเที่ยว

2. การพิจารณาผลการค้นหาข้อมูล
เมื่อได้ผลการค้นหาข้อมูลแล้วจะพบเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วสิ่งควรทำต่อไปคือ การประเมิน ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ โดยควรเลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือเช่น ac.th, or.th, go.th, co.th เลือกข้อมูลที่มีความทันสมัยโดยสังเกตวันที่เผยแพร่ข้อมูล สังเกตข้อมูลย่อ ๆ ว่าตรงกับที่ต้องการหรือไม่ และ จุดประสงค์ที่ข้อมูลนี้ถูกส่งออกมา

1.ใครเป็นเจ้าของเว็บไซต์และข้อมูล (Who) เว็บไซต์ผู้เผยแพร่ มีแหล่งอ้างอิงหรือไม่ ผู้เขียน คือใคร

2.วันที่เผยแพร่ข้อมูล (When) เพื่อสังเกตความทันสมัยของข้อมูล

3.ส่งข้อมูลอะไรออกมา (What) ข้อมูลที่ได้รับมามีความเหมาะสมหรือไม่มีความสมบูรณ์ของข้อมูลหรือไม่

4.ข้อมูลนี้ถูกส่งออกมาทำไม (Why) เพื่อต้องการทราบจุดประสงค์การเผยแพร่ข้อมูลที่แท้จริง

ในการค้นหาข้อมูล ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์เป็นเรื่องสำคัญเพื่อนำไปอ้างอิงหรือใช้ประโยชน์ ควรเลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือดังต่อไปนี้ครับ

1. .ac.th หรือ .edu เป็นสถาบันการศึกษา เช่น www.mahidol.ac.th

2. .go.th หรือ .gov เป็นหน่วยงานของรัฐ เช่น www.m-culture.go.th

3. .or.th หรือ .org เป็นมูลนิธิหรือสมาคม เช่น www.ramafoundation.or.th

4. .co.th หรือ .com เป็นสถาบันธุรกิจการค้า เช่น www.thairath.co.th

การจัดลำดับผลลัพธ์การค้นหา
เนื่องจากการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต โดยปกติจะได้ปริมาณผลลัพธ์ของเว็บไซต์จำนวนมาก ผู้ค้นหาจึงจำเป็นต้องมีการจัดลำดับผลลัพธ์การค้นหา ซึ่งก็คือ การจัดกลุ่ม จัดเรียงข้อมูลผลลัพธ์ โดยก่อนจะจัดกลุ่มจัดเรียงเว็บไซต์ต้องเข้าใจ ลักษณะของข้อมูลพื้นฐานของเว็บไซต์ ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดหลักๆ ดังต่อไปนี้

3. การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
เมื่อได้ข้อมูลจากการค้นหาแล้วและพิจารณาจัดลำดับผลลัพธ์การค้นหาแล้วว่าเว็บไซต์ที่เลือกนำมาใช้มีเนื้อหาใกล้เคียงกับความต้องการ น่าเชื่อถือขั้นตอนต่อไปก็คือการวิเคราะห์เนื้อหาโดยตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกับ ความต้องการหรือไม่ ชื่อผู้เขียนน่าเชื่อถือหรือไม่ วันที่เผยแพร่ข้อมูล แล้วจึงนำข้อมูลมาทำการเปรียบเทียบความสอดคล้อง เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ของข้อมูลโดยใช้แหล่งข้อมูลหลายๆ แหล่ง จึงนำข้อมูลที่รวบรวมได้นั้นไปประมวลผล วิเคราะห์หาทางเลือกเพื่อกลายเป็นสารสนเทศต่อไป

Technology Challenge

ค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ (เกษตรทฤษฎีใหม่)
ลิปดาดูข่าวเกษตรกรประสบปัญหา พืชผลทางการเกษตรราคาตกต่ำ และนึกขึ้นได้ว่ามีโครงการของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่สามารถช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรได้เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจึงอยากค้นหาข้อมูลเพื่อนำความรู้ไปเผยแพร่

Missions :
1.ให้นักเรียนหาโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นโครงการเกี่ยวกับการเกษตร โดยนักเรียนแต่ละกลุ่มต้องใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพให้ได้ข้อมูลที่หลากหลาย
2.ให้นักเรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนพร้อมอธิบายวิธีการค้นหาข้อมูล
Materials :
1. คอมพิวเตอร์-เครื่องเขียนและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่คุณครูกำหนด
Ask : การค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพโดยการใช้เทคนิคขั้นสูงในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวข้องกันอย่างไร
Plan & Design : แบ่งหน้าที่การทำงานพร้อมกับวางแผนการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดลำดับผลลัพธ์การค้นหา เมื่อค้นหาข้อมูลจากสื่อหรือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้แล้วนำมาประเมินผลข้อมูลด้วยการ เปรียบเทียบความสอดคล้อง ความสมบูรณ์จากแหล่งข้อมูลหลายแหล่ง แหล่งต้นตอของข้อมูล ผู้เขียน และวันที่เผยแพร่ข้อมูล โดยเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วควรจะพิจารณาว่าข้อมูลที่ได้มีรายละเอียดที่สมบูรณ์หรือไม่ เช่น ข้อดีและข้อเสีย ประโยชน์และโทษ เป็นต้น โดยลักษณะของข้อมูลที่ดีควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

ทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 อีกอันหนึ่งคือ Information Literacy คือความรู้ความสามารถ ในการเข้าใจการค้นหาข้อมูลจากสื่อ สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และประมวลผลและสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อตนเองและสังคม

4. การเรียบเรียงข้อมูลและสรุปสาระสำคัญ
การเรียบเรียงข้อมูลและสรุปสาระสำคัญ เป็นการนำข้อมูลที่ได้มาในเรื่องเดียวกันมาวิเคราะห์ ตีความ ทำความเข้าใจ เพื่อสรุปประเด็นเนื้อหาอย่างเป็นระบบให้ได้คำตอบตามที่ต้องการและสามารถอภิปรายให้กับบุคคลอื่นได้ โดยหลักการเรียบเรียงข้อมูลและสรุปสาระสำคัญก็คือ การสังเคราะห์สารสนเทศ ซึ่งมีหลักการดังต่อไปนี้

สรุปกระบวนการตั้งแต่การค้นหาข้อมูลจนสามารถเรียบเรียงสรุปสาระสำคัญ
ข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นมีจำนวนมาก ผู้ค้นหาจำเป็นต้องพิจารณาผลการค้นหาประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อจับประเด็นเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการและสังเคราะห์โดยการจัดกลุ่มความสัมพันธ์ของเนื้อหาเพื่อนำเสนออย่างสร้างสรรค์

Technology workshop

ลิปดาจะอ่านเรื่องไหนดี

Investigate Idea : คุณแม่คะ ลิปดาตะโกนเรียกคุณแม่ คุณครูให้การบ้านให้ลิปดาอ่านวรรณกรรมสำหรับเยาวชน 1 เรื่อง ลิปดาจะอ่านเรื่องอะไรดีคะ คุณแม่บอกว่า แล้วคุณครูบอกว่าอย่างไรล่ะ คุณครูบอกให้ลิปดาใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ค้นหาและนำเสนอหน้าชั้นเรียน
Missions : ให้แต่ละกลุ่มใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาวรรณกรรมสำหรับเยาวชนที่ชอบ โดยใช้เทคนิคค้นหาขั้นสูง และนำข้อมูลที่ได้มาเรียบเรียงและสรุปสาระสำคัญ นำเสนอให้เพื่อนๆ
Materials : 1. คอมพิวเตอร์ 2. อุปกรณ์เครื่องเขียน 3. อุปกรณ์ที่คุณครูกำหนด
หมายเหตุ : หัวข้อเนื้อหาความรู้ที่ต้องการ คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
ASK : นักเรียนเข้าใจการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอย่างมี ประสิทธิภาพโดยใช้เทคนิคขั้นสูง การประเมิน วิเคราะห์ เรียบเรียงสรุปสาระสำคัญข้อมูลหรือไม่
Plan&Design : วางแผนและออกแบบแผนการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เทคนิคขั้นสูง และนำข้อมูลมาประเมิน วิเคราะห์ เรียบเรียงและสรุปสาระสำคัญ
Building&Testing : ให้นักเรียนลงมือทำตามแผนที่กำหนดไว้
Evaluation&Redesign :
1. นักเรียนสามารถทำภารกิจนี้สำเร็จหรือไม่
2. นักเรียนพบปัญหาจากการทำภารกิจนี้หรือไม่
3. นักเรียนมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร