Top
 

DIGITAL KIDS (เทคโนโลยี) ป.5 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล

Imagineering Education / บทเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ  / DIGITAL KIDS  / DIGITAL KIDS (เทคโนโลยี) ป.5 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล

DIGITAL KIDS (เทคโนโลยี) ป.5 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล

ระดับชั้น : ประถมศึกษาปีที่ 5
หน่วยที่ : 3
เรื่อง : ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล สื่อสาร ทำงานร่วมกัน การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
สาระ : สาระที่ 8 เทคโนโลยี
ตัวชี้วัด :
ว 4.2 ป 5/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
บทนำของเรื่อง : อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet Of Things) หมายถึง การที่อุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ถูกเชื่อมโยงสู่โลกอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

การใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน

ลักษณะการติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันโดยใช้อินเทอร์เน็ต เป็นการพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูลกันกับคนอื่นจะเริ่มต้นจากเพื่อน ครอบครัว ซึ่งจะเรียกลักษณะนี้ว่าชุมชนออนไลน์ (Online Community) และเมื่อขยายตัวออกไปกลายเป็นชุมชนหลายๆ ชุมชนรวมกันเข้ามาจะกลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) โดยโปรแกรมหรือสื่อที่ใช้ในการสื่อสารจะเรียกว่า สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ซึ่งใช้อินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ

เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network)
การติดต่อสื่อสารที่มีการเชื่อมโยงจากตัวเราไปยัง เพื่อน ครอบครัว บุคคลอื่น หรือ ชุมชนออนไลน์อื่น โดยใช้โปรแกรมสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เชื่อมโยงเข้ากันผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยจะทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร หรือแลกเปลี่ยนทรัพยากรต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ในสังคมออนไลน์ มีทั้ง “คนดี” “คนร้าย” “ตัวจริง”
“ตัวปลอม” ถ้าเรื่องราวบน สังคมออนไลน์หากเริ่มแพร่กระจายไปแล้วจะไม่สามารถหยุดได้หรือหยุดยาก การใช้สื่อสังคมออนไลน์จึงต้องระมัดระวังเพราะอาจสร้างความเสียหายได้อย่างมากมายเกิดเป็นร่องรอยในอินเทอร์เน็ตที่ไม่สามารถลบได้หรือลบได้ยาก การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองและครู

โปรแกรมสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)
โปรแกรมสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตหรือโปรแกรมสื่อสังคมออนไลน์(Social Media) เป็นโปรแกรมที่เน้นให้ผู้ใช้งานเป็นผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูล โดยมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ โปรแกรมสื่อสังคมออนไลน์จะมีีพื้นที่และบริการเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างเครือข่าย สร้างเนื้อหาตามความสนใจของผู้ใช้งานและเชื่อมโยงไปยังผู้ใช้ที่รู้จักหรือเพื่อน (Friend) ไปยังเพื่อนของเพื่อนจนกลายเป็นชุมชนที่ผู้ใช้สามารถแชร์ตัวตนและทุก ๆ สิ่งที่สนใจ ประเภทของโปรแกรมสื่อสังคมออนไลน์มีหลายประเภทตัวอย่าง เช่น

การใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน
การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตหรือผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นการส่งข้อมูลข่าวสารให้กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นการส่งข้อมูลออกไปสู่เพื่อน เพื่อนของเพื่อน ไปสู่ชุมชนออนไลน์ต่าง ๆ กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน ดังนี้

1.ใช้เป็นช่องทางการสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการเรียนระหว่างเพื่อนหรือกลุ่ม

2. ใช้นัดหมายในการประชุมกลุ่ม เช่น นัดหมายทำกิจกรรมการเรียน

3. สามารถใช้สื่อเพื่อเผยแพร่ผลงาน ความรู้ให้เพื่อนและสังคมได้ทราบ

4. ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและสังคมได้

5. ใช้ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์โฆษณากิจกรรมต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

6. ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างประโยชน์ต่อชุมชนในเรื่องต่าง ๆเช่น สุนัขหาย

ข้อควรระวังของการใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน
ข้อควรระวังในการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตคือข้อมูลที่ถูกส่งออกไปจะต้องเป็นข้อมูลที่ดี มีความเหมาะสมกับผู้รับข้อมูล ต้องระมัดระวังผู้ไม่หวังดีที่ต้องการข้อมูลส่วนตัว หรือต้องการหลอกเอาทรัพย์สินเงินทอง หรือผู้ไม่หวังดีต้องการทำลายชื่อเสียง ดังนั้นการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตควรจะมีผู้ปกครองหรือคุณครูดูแล

Technology Challenge

ห่างไกลกันเหลือเกิน
ครูแอนให้นักเรียนทำรายงานเกี่ยวกับพืชสมุนไพรไทยที่สามารถนำมารักษาโรคได้ โดยการทำงานเป็นงานกลุ่ม ลิปดาต้องนัดเพื่อนมาทำรายงานที่บ้านวันเสาร์แต่เพื่อนทุกคนมีปัญหาด้านการเดินทางเพราะบ้านอยู่ไกลมาก ลิปดาจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี

Missions :
1. ให้คุณครูสมมติเหตุการณ์ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแก้ไขปัญหา 5 เหตุการณ์
2. ให้นักเรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนโดยจะต้องบอกว่าจะใช้โปรแกรมที่ใช้การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต ประโยชน์ของโปรแกรมและข้อควรระวังในการใช้มีอะไรบ้าง
Materials : 1. คอมพิวเตอร์-เครื่องเขียนและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่คุณครูกำหนด
Ask : โปรแกรมที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตการใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน
Plan & Design : แบ่งหน้าที่การทำงานพร้อมกับวางแผนการเขียนตัวอย่างการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการทำงาน

กระบวนการค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์

ผู้ค้นหาจำเป็นต้องรู้จักหา คำสำคัญ (Keyword) ที่ใช้ในการค้นหา ต้องรู้จักสังเกตและเลือกจะนำข้อมูลจาก เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ ต้องรู้จักนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาเปรียบเทียบหาความสอดคล้อง เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล โดยข้อมูลที่ดีต้องมีรายละเอียดครบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ โทษ ข้อดีและข้อเสียของข้อมูลนั้น ๆ

การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต

เนื่องด้วยอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุด และมีการปรับปรุง(Update) ข้อมูลอยู่ตลอดเวลาโดยมี เว็บไซต์ (Website) ซึ่งเป็นเอกสารเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ทั้งข้อความ ภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหวขององค์กรต่าง ๆ นำออกมาเผยแพร่ โดยปัจจุบันมีจำนวนเว็บไซต์มากกว่า 1,200 ล้านเว็บไซต์ ซึ่งการหาข้อมูลสามารถหาได้จาก เว็บไซต์ที่ใช้ในการสืบค้นหรือที่เรียกว่า (Search Engine) ตัวอย่างเช่น

คำสำคัญที่ใช้ในการค้นหา (Keyword)
การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจะต้องใช้ คีย์เวิร์ด (Keyword) หรือ คำสำคัญ ซึ่งคำที่ใช้ควรเป็นคำที่ตรงประเด็น กระชับจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงตามความต้องการ เพื่อค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ เช่น ชื่อเรื่อง หัวข้อ หัวเรื่อง หรือรายละเอียดอย่างย่อของข้อมูล

การพิจารณาผลการค้นหาข้อมูลที่ได้จากอินเทอร์เน็ต
เมื่อใช้คำสำคัญในการค้นหาข้อมูลจะพบเว็บไซต์ต่าง ๆแล้วสิ่งควรทำจะต่อไปคือ การประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ โดยควรเลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือเช่น ac.th, or.th, go.th, co.th1 เลือกข้อมูลที่มีความทันสมัยโดยสังเกตวันที่เผยแพร่ข้อมูล2 สังเกตข้อมูลย่อ ๆ ว่าตรงกับที่ต้องการหรือไม่3 และ จุดประสงค์ที่ข้อมูลนี้ถูกส่งออกมา4

1. ใครเป็นเจ้าของเว็บไซต์และข้อมูล (Who)
เว็บไซต์ผู้เผยแพร่ (ควรเลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ac.th, or.th, go.th, co.th) มีแหล่งอ้างอิงหรือไม่ ผู้เขียน คือใคร

2.วันที่เผยแพร่ข้อมูล (When)
เพื่อสังเกตความทันสมัยของข้อมูล

3. ส่งข้อมูลอะไรออกมา (What)
ข้อมูลที่ได้รับมามีความเหมาะสมหรือไม่มีความสมบูรณ์ของข้อมูลหรือไม่

4.ข้อมูลนี้ถูกส่งออกมาทำไม (Why)
เพื่อต้องการทราบจุดประสงค์การเผยแพร่ข้อมูลที่แท้จริง

ตัวอย่างการพิจารณาผลการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
โจทย์ : ให้นักเรียนหาข้อมูลเกี่ยวกับ แสงคืออะไร และ สมบัติของแสงมีอะไร

การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล

เมื่อได้ข้อมูลจากการค้นหาแล้วและพิจารณาแล้วว่าเว็บไซต์ที่เลือกนำมาใช้เป็นเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ขั้นตอนต่อไปก็คือการวิเคราะห์เนื้อหาโดยตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกับ ความต้องการหรือไม่1 ชื่อผู้เขียนน่าเชื่อถือหรือไม่2 วันที่เผยแพร่ข้อมูล3 แล้วจึงนำข้อมูลมาทำการเปรียบเทียบความสอดคล้อง4 เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ของข้อมูลโดยใช้แหล่งข้อมูลหลายๆ แหล่ง5 แล้วจึงรวบรวมข้อมูลที่ได้นั้นนำไปประมวลผล วิเคราะห์หาทางเลือกเพื่อกลายเป็นสารสนเทศต่อไป

ลักษณะของข้อมูลที่ดี
เมื่อค้นหาข้อมูลจากสื่อหรือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้แล้ว นำมาประเมินผลข้อมูลด้วยการ เปรียบเทียบความสอดคล้อง ความสมบูรณ์จากแหล่งข้อมูลหลายแหล่ง แหล่งต้นตอของข้อมูล ผู้เขียน และวันที่เผยแพร่ข้อมูล โดยเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วควรจะพิจารณาว่าข้อมูลที่ได้มีรายละเอียดที่สมบูรณ์หรือไม่ เช่น ข้อดีและข้อเสีย ประโยชน์และโทษ เป็นต้น โดยลักษณะของข้อมูลที่ดีควรมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

โจทย์ : ให้นักเรียนหาข้อมูลเกี่ยวกับ แสงคืออะไร และ สมบัติของแสงมีอะไร

Technology workshop

แย่แล้วหน้าพังหมดกันเลย

Investigate Idea : แย่แล้วครับ ดร.วี เพื่อนของพี่ชายไปซื้อยาหน้าขาวแล้วเกิดผลข้างเคียง ทำไงดีครับ ดร.วี บอกว่า ก็เพราะไม่พิจารณาผลการค้นหาไม่ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ทำให้ข้อมูลที่ได้มีรายละเอียดไม่ครบถ้วนขาดประโยชน์และโทษ ข้อดีข้อเสีย ทำให้เกิดปัญหาขึ้นไงละครับ
Missions : ให้แต่ละกลุ่มใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลที่คุณครูกำหนดและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบรายงานพร้อมอธิบายวิธีการค้นหา การพิจารณาผลการค้นหา การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลและสรุปว่ามีรายละเอียดหรือมีลักษณะของข้อมูลที่ดีหรือไม่
Materials : 1. คอมพิวเตอร์ 2. อุปกรณ์เครื่องเขียน 3. อุปกรณ์ที่คุณครูกำหนด
หมายเหตุ : หัวข้อเนื้อหาความรู้ที่ต้องการ คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
ASK : นักเรียนเข้าใจการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต การพิจารณาผลการค้นหา การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล และลักษณะของข้อมูลที่ดี หรือไม่
Plan&Design : วางแผนและออกแบบแผนการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้การพิจารณาผลการค้นหา การประเมินความน่าเชื่อถือข้อมูลและลักษณะของข้อมูลที่ดี
Building&Testing : ให้นักเรียนลงมือทำตามแผนที่กำหนดไว้
Evaluation&Redesign :
1. นักเรียนสามารถทำภารกิจนี้สำเร็จหรือไม่
2. นักเรียนพบปัญหาจากการทำภารกิจนี้หรือไม่
3. นักเรียนมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร