Top
 

DIGITAL KIDS (เทคโนโลยี) ป.4 หน่วย 5 เรื่อง การรวบรวมข้อมูล ประมวลผลและวิเคราะห์หาทางเลือก

Imagineering Education / บทเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ  / DIGITAL KIDS  / DIGITAL KIDS (เทคโนโลยี) ป.4 หน่วย 5 เรื่อง การรวบรวมข้อมูล ประมวลผลและวิเคราะห์หาทางเลือก

DIGITAL KIDS (เทคโนโลยี) ป.4 หน่วย 5 เรื่อง การรวบรวมข้อมูล ประมวลผลและวิเคราะห์หาทางเลือก

ระดับชั้น : ประถมศึกษาปีที่ 4
หน่วยที่ : 5
เรื่อง : การรวบรวมข้อมูล ประมวลผลและวิเคราะห์หาทางเลือก
สาระ : สาระที่ 8 เทคโนโลยี
ตัวชี้วัด :
ว 8.2 ป 4/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย
เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
บทนำของเรื่อง : Information Literacy คือ ความรู้ ความสามารถ ในการประยุกต์ใช้ข้อมูลและสารสนเทศอย่างถูกต้องและเหมาะสม ไม่นำข้อมูลหรือสารสนเทศที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมมาใช้ เพราะจะทำให้เกิดผลเสียต่อตนเองและผู้อื่น

ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล

ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล คือ ขั้นตอนวิธี หรือแผนการการรวบรวมเพื่อนำมาทำเป็นสารสนเทศหรือความรู้เพื่อนำไปใช้ โดยมีขั้นตอนคือ การกำหนดหัวข้อ1 การเตรียมอุปกรณ์2 แล้วจึง รวบรวมและเก็บข้อมูล3 นำข้อมูลที่ได้มาทำการประมวลผล4 โดยการเปรียบเทียบ จัดกลุ่ม เรียงลำดับ การหาผลรวม จนได้ผลเป็นสารสนเทศแล้วจึงนำมา วิเคราะห์ผล5 และสร้างทางเลือกที่เป็นไปได้ ประเมินทางเลือก โดยเปรียบเทียบและตัดสินใจการดำเนินการอย่างไรต่อไป แล้วจึงนำมา นำเสนอ6 ซึ่งทำได้หลายลักษณะตามความเหมาะสม เช่น การบอกเล่า เอกสารรายงาน โปสเตอร์ โปรแกรมนำเสนอ

สรุปขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล

1. ขั้นการกำหนดหัวข้อที่ต้องการ คือ การกำหนดหัวเรื่องที่ต้องการรวบรวม โดยเลือกหัวข้อที่สนใจ แต่ควรจะมีขอบเขตและเป้าหมายที่ชัดเจนไม่ซ้ำซ้อนและมีประโยชน์ โดยสังเกตภาพดังตัวอย่างต่อไปนี้

ปัญหา : ลิปดาทานอาหารกลางวันที่โรงเรียน สงสัยว่าทำไมอาหารบางวัน เพื่อนๆ บางคนไม่ค่อยทานทำให้เหลือทิ้ง บางวันอาหารที่เพื่อนๆ ชอบก็จะหมดไว จึงคิดจะสำรวจและสอบถามความคิดเห็นของเพื่อนๆ ว่าชอบรายการอาหารกลางวันอะไร และจะได้สร้างเมนูอาหารกลางวันที่เพื่อนๆ ชอบแต่มีประโยชน์ทางโภชนาการครบถ้วน
การแบ่งแยกส่วนของปัญหา
1. รายการอาหารกลางวันที่เพื่อนๆ ชอบ
2. คุณค่าทางโภชนาการของอาหารแต่ละชนิด
การหาสาระสำคัญของปัญหา
ต้องทำการสำรวจรายการอาหารที่ชอบรวบรวมข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการและนำมาประมวลผลเปรียบเทียบ
การหารูปแบบของปัญหา
อาหารกลางวันที่ชอบจะทานเยอะ อาหารกลางวันที่ไม่ชอบทานน้อย
กำหนดหัวข้อที่ต้องการคือ
การสำรวจและสร้างรายการอาหารกลางวันที่เหมาะสมสำหรับเพื่อนๆ ในโรงเรียน

2. ขั้นการเตรียมอุปกรณ์ คือ การกำหนดและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเพื่อใช้ในการสำรวจเก็บข้อมูล บันทึกและนำเสนอข้อมูล เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป-วิดิทัศน์ สมาร์ทโฟน เครื่องบันทึกเสียง ปากกา ดินสอสี สมุดบันทึก เป็นต้น

3. ขั้นการสำรวจและเก็บข้อมูล คือ การดำเนินการหรือปฏิบัติการสำรวจและเก็บข้อมูล จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ โดยการอ่าน สังเกต สำรวจ ทดลอง ค้นหา สอบถามโดยใช้อุปกรณ์ที่เตรียมไว้เพื่อบันทึกข้อมูล การสำรวจและเก็บข้อมูลควรจะเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลายๆ แหล่งเพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล เช่น ห้องสมุด เว็บไซต์ หน่วยงานทางราชการ ผู้เชี่ยวชาญ หรือจากตัวอย่างต้องสอบถามเพื่อนๆ ในโรงเรียนในจำนวนที่มากพอ เป็นต้น วิธีการสำรวจและเก็บข้อมูลมีด้วยกันหลายวิธีดังต่อไปนี้

1.สำรวจและเก็บข้อมูลโดยการอ่าน ใช้กับแหล่งข้อมูลประเภท หนังสือ นิตยสาร เว็บไซต์ อินเทอร์เน็ต

2.สำรวจและเก็บข้อมูลโดยการสังเกต ใช้กับแหล่งข้อมูลประเภท คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ เหตุการณ์

3.สำรวจและเก็บข้อมูลโดยการทดลอง ลงมือปฏิบัติ ใช้กับแหล่งข้อมูลประเภท สถานการณ์ ปรากฏการณ์ ที่ต้องพิสูจน์

4.ค้นหาข้อมูลโดยการสอบถาม กับแหล่งข้อมูลประเภทบุคคลผู้เชี่ยวชาญหรือราชการ

ประเภทของแหล่งข้อมูล (สื่อ)
แหล่งข้อมูล หรือ สื่อ (Media Forms) มีหลายรูปแบบ โดยปกติการเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือจะเลือกจากแหล่งที่มาของแหล่งข้อมูล (สื่อ) เช่น แหล่งข้อมูลทางราชการหรือผู้เชี่ยวชาญ และบางครั้งก็จำเป็นต้องวิเคราะห์เนื้อหา หรือจุดประสงค์ของแหล่งข้อมูล (สื่อ) ด้วย หรือที่เรียกว่า การรู้เท่าทันสื่อและข้อมูล

โดยการรู้เท่าทันสื่อและข้อมูล คือการวิเคราะห์สื่อและข้อมูลว่า ใครเป็นผู้ส่งข้อมูลออกมา (who) เนื้อหาข้อมูลมีอะไรบ้าง (what) ข้อมูลถูกส่งมาได้อย่างไร(how), ต้องการให้ใครเป็นผู้รับ (whom) และข้อมูลที่ได้มานั้นมีความทันสมัยหรือถูกเผยแพร่หรือไม่ (when) เพื่อนำมาวิเคราะห์จุดมุ่งหมายของสื่อจะได้รู้เท่าทันสื่อ ถ้าไม่รู้เท่าทันจะทำให้หลงเชื่อและจะเกิดผลกระทบกับตัวเองและผู้อื่นได้

ตัวอย่างแบบสำรวจรายการอาหาร
แบบสำรวจ นักเรียนสร้างแบบสำรวจ โดยสำรวจรายการอาหารที่เพื่อนๆ ชื่นชอบในแต่ละวัน พร้อมสำรวจข้อมูลนักเรียน ชื่อ นามสกุล อายุ ส่วนสูงและน้ำหนัก เพื่อประเมินความสมส่วนของร่างกาย โดยอ้างอิงจากตารางการเจริญเติบโต สำนักโภชนาการ (http://nutrition.anamai.moph.go.th) และใส่ข้อมูลจำนวนคุณค่าทางโภชนาการของอาหารแต่ละชนิดที่นักเรียนเลือก และคำนวณค่าเฉลี่ยในการบริโภคอาหาร

ตัวอย่างตารางข้อมูลจากเพื่อนๆ
ใช้ซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลจากตาราง เพื่อนำข้อมูลไปประมวลผล นักเรียนนำข้อมูลที่ได้สำรวจมาสร้างตารางและใส่ข้อมูลลงไปตามข้อมูลที่ได้สำรวจและเก็บข้อมูลมาลงตารางดังต่อไปนี้

4. ขั้นประมวลผลข้อมูล คือ การนำข้อมูลมาคำนวณ เรียงลำดับ จำแนกจัดกลุ่ม เปรียบเทียบ แล้วจึงสรุปผลออกมาเป็นสารสนเทศหรือความรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

1.การคำนวณ (Calculation) คือการนำข้อมูลตัวเลขนำมาทำการคำนวณเพื่อใช้ต่อไป

2.การเรียงลำดับ (Sorting) คือ นำข้อมูลที่ได้มาเรียงลำดับ เพื่อจะเข้าสู่การจำแนกจัดกลุ่ม

3.การจำแนกจัดกลุ่ม (Classifying) คือ จัดกลุ่มของข้อมูล ประเภทข้อมูลตามหัวข้อหรือรายละเอียด

4.การเปรียบเทียบ(Comparison) คือ เปรียบเทียบข้อมูลที่เหมือนหรือแตกต่างกัน

5.การรวมข้อมูล (Merging) คือ การนำข้อมูลที่เหมือนและแตกต่างกันทั้งหมดมารวมกัน และจัดเรียบเรียงให้เป็นระเบียบ

6.การสรุปผล (Summarizing)คือ การนำข้อมูลที่ผ่านการรวมกันแล้วมาย่อหรือสรุปผลข้อมูลออกมาให้เหมาะสม

ตัวอย่างการประมวลผลข้อมูล
จากข้อมูลสามารถประมวลผลได้ดังต่อไปนี้
1. รายการอาหารที่นักเรียนชอบมากที่สุด ในแต่ละวัน มีดังต่อไปนี้
วันจันทร์ ข้าวหมูกระเทียม จำนวนที่ชอบ 9 คน
วันอังคาร บะหมี่กรอบราดหน้า จำนวนที่ชอบ 9 คน
วันพุธ แกงจืดวุ้นเส้น จำนวนที่ชอบ 7 คน
วันพฤหัส ข้าวไข่เจียว จำนวนที่ชอบ 9 คน
วันศุกร์ ผัดบร็อกโคลี่กับกุ้ง จำนวนที่ชอบ 6 คน
วิธีการประมวลผล : การหา ผลรวม จากตารางการสำรวจอาหารกลางวันที่นักเรียนเลือก สรุปได้เป็นตารางที่ 3 ดังต่อไปนี้

2. นักเรียนที่ต้องระมัดระวังการทานอาหาร เพื่อให้เหมาะสมกับความสมส่วนของร่างกาย คือ
1. นักเรียนที่ท้วมและอ้วนแต่ยังทานอาหารที่มี จำนวนแคลอรี่เกินค่าเฉลี่ย
วิธีการประมวลผล : โดยการเปรียบเทียบ ความสมส่วนของนักเรียนที่มีน้ำหนักส่วนสูงเป็นเกณฑ์คน ท้วมและอ้วน กับ การบริโภคอาหารที่มีค่าเฉลี่ย เกิน 440 กิโลแคลอรี่

2. นักเรียนที่ผอมแต่ยังทานอาหารที่มี จำนวนแคลอรี่ต่ำเกินค่าเฉลี่ย
วิธีการประมวลผล : โดยการเปรียบเทียบความสมส่วนของนักเรียนที่มีน้ำหนักส่วนสูงเป็นเกณฑ์คนผอมและค่อนข้างผอมกับบริโภคอาหารที่มีค่าเฉลี่ยน้อยกว่า 440 กิโลแคลอรี่

หมายเหตุ ค่าเฉลี่ยคุณค่าทางโภชนาการต่อวันไม่ควรเกิน 440 แคลอรี่ต่อมื้อ

5. ขั้นวิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือก คือ การนำผลจากการประมวลมาวิเคราะห์หาทางเลือกที่เป็นไปได้ โดยการเปรียบเทียบและตัดสินใจ
จากตารางการสำรวจข้อมูลนักเรียน สามารถแบ่งนักเรียนได้โดยใช้เกณฑ์ความสมส่วนของร่างกาย ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 นักเรียนที่มีรูปร่าง ท้วม และ อ้วน
กลุ่มที่ 2 นักเรียนที่มีรูปร่าง สมส่วน
กลุ่มที่ 3 นักเรียนที่มีรูปร่าง ผอม และ ค่อนข้างผอม
จากตารางที่ 3 รายการอาหารที่นักเรียนเลือกมากที่สุด

รายการอาหารกลางวันมีคุณค่าโภชนาการไม่เกิน 440 กิโลแคลอรี่

การวิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกสำหรับ กลุ่มที่ 1 นักเรียนที่มีรูปร่าง ท้วม และ อ้วน
จากตารางรายการอาหารที่นักเรียนเลือกมากที่สุดในแต่ละวัน มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เกิน 440 กิโลแคลอรี่ ซึ่งจาก การวิเคราะห์ผลสรุปผลหาทางเลือก ทำให้สรุปได้ว่า อาจจะเหมาะสม เป็น
ทางเลือกที่ 1 สำหรับ นักเรียนกลุ่มที่ 1 ที่ท้วมหรืออ้วน
ทางเลือกที่ 2 ควรเปลี่ยนเมนูอาหารสำหรับบางวันที่มีแคลอรี่มากในวันจันทร์ จาก ข้าวหมูทอดกระเทียม เป็น ข้าวขาหมู ซึ่ง ข้าวขาหมู มีจำนวน 490 กิโลแคลอรี่ น้อยกว่า ข้าวหมูทอดกระเทียม มีจำนวน 525 กิโลแคลอรี่

การวิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกสำหรับ กลุ่มที่ 2 นักเรียนที่มีรูปร่าง สมส่วน
จากตารางรายการอาหารที่นักเรียนเลือกมากที่สุดในแต่ละวัน มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เกิน 440 กิโลแคลอรี่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลสรุปผลหาทางเลือก ทำให้สรุปได้ว่า ไม่เหมาะสม ควรเปลี่ยนเมนูอาหารให้จำนวนแคลอรี่เพิ่มมากขึ้น

ทางเลือก ควรเปลี่ยนเมนูอาหารสำหรับวันพุธ จาก แกงจืดวุ้นเส้น เป็น ข้าวขาหมู ซึ่ง แกงจืดวุ้นเส้น มีจำนวน 115 กิโลแคลอรี่ น้อยกว่า ข้าวขาหมูที่มีจำนวน 490 กิโลแคลอรี่ ดังตารางที่ 5

การวิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกสำหรับกลุ่มที่ 3 นักเรียนที่มีรูปร่างผอมและค่อนข้างผอม
จากตารางรายการอาหารที่นักเรียนเลือกมากที่สุดในแต่ละวัน มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เกิน 440 กิโลแคลอรี่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลสรุปผลหาทางเลือก ทำให้สรุปได้ว่า ไม่เหมาะสม ควรเปลี่ยนเมนูอาหารให้จำนวนแคลอรี่เพิ่มมากขึ้น

ทางเลือก ควรเปลี่ยนเมนูอาหารสำหรับวันพุธ จากแกงจืดวุ้นเส้น ที่มี 115 กิโลแคลอรี่ เป็น ข้าวขาหมู ที่มีจำนวน 490 กิโลแคลอรี่ และในวันศุกร์ จาก บล็อกโคลี่กับกุ้งที่มี 210 กิโลแคลอรี่ เป็นข้าวผัดกะเพรากุ้ง มีจำนวน 540 กิโลแคลอรี่ ดังตารางที่ 6

Technology Challenge

เมนูไหนดีนะ
ลิปดาทานอาหารกลางวันที่โรงเรียน สงสัยว่าทำไมอาหารบางวัน เพื่อนๆ บางคนไม่ค่อยทานทำให้เหลือทิ้งบางวันอาหารที่เพื่อนๆ ชอบก็จะหมดไว จึงคิดจะสำรวจและสอบถามความคิดเห็นของเพื่อนๆ ว่าชอบรายการอาหารกลางวันอะไร และจะได้สร้างเมนูอาหารกลางวันที่เพื่อนๆ ชอบแต่มีประโยชน์ทางโภชนาการครบถ้วน

Missions :
1. ให้สร้างแบบสำรวจอาหารกลางวันที่นักเรียนชอบโดย Excel
2. สอบถามความคิดเห็นของเพื่อนๆ ในห้องเรียน โดยสอบถามหาสัดส่วนความสมดุลของร่างกาย เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง
3. ประมวลผลอาหารกลางวันที่นักเรียนชอบ
4. วิเคราะห์ผลและหาทางเลือกด้วยการเปรียบเทียบและตัดสินใจ
Materials : 1. คอมพิวเตอร์และโปรแกรม Excel 2. อุปกรณ์เครื่องเขียน
Ask : การประมวลผล วิเคราะห์และหาทางเลือกคืออะไร
Plan & Design : ออกแบบและวางแผนการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย

6. การนำเสนอข้อมูล หลังจากประมวลผลข้อมูล และวิเคราะห์ผลเพื่อหาทางเลือกได้เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการนำเสนอข้อมูลซึ่งการนำเสนอข้อมูลถือเป็นทักษะที่จำเป็น เป็นการนำข้อมูลสารสนเทศที่ได้ตัดสินใจแล้วไปเผยแพร่และให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่น

การนำเสนองานที่ดี ผู้นำเสนอจะต้องมีความเข้าใจในความหมายของเนื้อหา ต้องวางแผนการนำเสนอ การเตรียมพร้อม และต้องมีบุคลิกภาพที่ดี ซึ่งมีวิธีการนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตามความเหมาะสมดังต่อไปนี้

1.การนำเสนอข้อมูลด้วยการบอกเล่า คือการนำเสนอข้อมูลด้วยการพูดการบรรยายให้เข้าใจ

2.การนำเสนอด้วยการทำรายงาน คือการนำเสนอข้อมูลสารสนเทศ นำมาจัดทำเป็นรูปเล่ม

3.การนำเสนอข้อมูลด้วยโปสเตอร์ หรือ ทำป้ายประกาศ คือการจัดทำข้อมูลเป็นประกาศหรือนิทรรศการให้ผู้อื่นอ่าน

4.การนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมนำเสนอ คือการนำข้อมูลมานำเสนอด้วย โปรแกรมต่าง ๆ เช่น Word Excel เป็นต้น

6.1 การนำเสนอข้อมูลด้วยการบอกเล่า คือการนำเสนอข้อมูลโดยการออกมาพูด บรรยายหน้าชั้นเรียน เพื่อให้ผู้รับข้อมูล (เพื่อนๆ) เข้าใจ ซึ่งผู้นำเสนอควรมีการวางแผน ฝึกซ้อม มีบุคลิกภาพที่ดี และมีความมั่นใจในการนำเสนองาน

1.วางแผนและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมโดยการจดเนื้อหาหลักๆ และกำหนดลำดับขั้นตอนในการนำเสนอ

2.ฝึกซ้อม จากแผนการนำเสนอให้ทำการฝึกซ้อม โดยซ้อมให้คนอื่นภายในทีม เพื่อทำการวิจารณ์และขอข้อเสนอแนะ

3.รู้สึกมั่นใจในงานที่คุณจะนำเสนอผู้นำเสนอควรมีความมั่นใจ ในเนื้อหาและแผนงานนำเสนอที่ได้เตรียมมา

4.มีบุคลิกที่ดีในการนำเสนอ ผู้นำเสนอควรมีบุคลิกที่ดี ทั้งการแต่งกาย การยิ้ม สบตา ใช้ภาษามือ มีเสียงสูงเสียงต่ำ

5.เปิดโอกาสให้ซักถามและมีการลงท้ายที่ดีก่อนจบควรเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถามและควรหาคำลงท้ายที่ดีเพื่อความประทับใจ

6.เดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มแม้จบการนำเสนอไปแล้วผู้นำเสนอควรจะเดินกลับมาด้วยความมั่นใจและรอยยิ้ม

6.2 การนำเสนอข้อมูลด้วยการจัดทำรายงาน คือ การนำเสนอข้อมูล โดยการจัดทำเป็นรูปเล่มเพื่อให้ผู้อื่นรับข้อมูลโดยการอ่าน ข้อมูลที่นำเสนอจำเป็นต้องวางแผนรูปแบบการนำเสนอ มีลำดับการดำเนินเรื่อง มีความชัดเจน ตรงเป้าหมาย มีรูปภาพหรือแผนภูมิประกอบ และต้องเรียบเรียง สรุปเป็นภาษาของตนเอง โดยรายงานจะมีส่วนประกอบหลักๆ ดังต่อไปนี้

1.ปกหน้า (Font Cover)
ส่วนที่ 1 คือชื่อเรื่องรายงาน
ส่วนที่ 2 คือชื่อผู้จัดทำรายงาน
ส่วนที่ 3 คือเสนอใคร
ส่วนที่ 4 คือรายงานฉบับนี้เป็นของวิชาใด ภาคเรียนและปีการศึกษาใด โรงเรียนอะไร

2.คำนำ (Preface)
เป็นหน้าที่บอกจุดประสงค์ ที่มา แรงจูงใจและกลุ่มเป้าหมายของรายงาน โดยอาจจะมี ปกใน -กระดาษรองปก ก็ได้
– ปกในมีหน้าตาเหมือนปกหน้าแต่พิมพ์ด้วยกระดาษขาว
– กระดาษรองปก เป็นกระดาษขาว

3.สารบัญ (Content)
คือ รายการหัวข้อใหญ่และย่อย โดยเรียงลำดับก่อนหลัง ควรจะมีเลขลำดับและเลขหน้ากำกับ และถ้ามีรูปประกอบจะสวยงามมากยิ่งขึ้น

4.เนื้อหารายงาน (Report) ควรมีรายละเอียดดังนี้
4.1 ชื่อเรื่องควรจัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ
4.2 หัวข้อย่อย ใช้จัดชิดซ้าย
4.3 เนื้อหาหรือเนื้อเรื่องใช้
– รูปแบบอักษรใช้แบบเดียวกันทั้งฉบับ – ควรมีรูปภาพ หรือแผนภูมิประกอบ
– ควรมีเลขหน้า
4.4 ถ้ามีข้อความรูปภาพที่คัดลอก ควรบอกแหล่งที่มาของข้อมูล เพราะอาจจะผิด
กฎหมายลิขสิทธิ์ได้

5.บรรณานุกรม (bibliography)
รายชื่อแหล่งข้อมูลหรือหนังสือที่ใช้ประกอบการค้นคว้า หรือเป็นแหล่งอ้างอิง ซึ่งบางครั้งอาจจะมีภาคผนวก ที่จะขยายเนื้อหาข้อความบางส่วนในรายงาน

6.ปกหลัง
คือ เรื่องราวภาพรวมทั้งหมดของรายงาน หรือจะเป็นประวัติของผู้เขียน

6.3 การนำเสนอข้อมูลด้วยการจัดทำโปสเตอร์ คือการนำเสนอข้อมูลโดยทำเป็นโปสเตอร์ ป้ายประกาศ หรือนิทรรศการ ให้ผู้อื่นได้รับข้อมูลด้วยการอ่านดังนั้นผู้นำเสนอข้อมูลจึงจำเป็นต้องเน้นการวางแผนรูปแบบการนำเสนอเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่ายตรงเป้าหมาย เน้นรูปภาพหรือแผนภูมิประกอบ ข้อความต้องน้อย โดยจะมีส่วนประกอบหลักๆ ดังต่อไปนี้

6.4 การนำเสนอด้วยโปรแกรมนำเสนอ คือการนำเสนอข้อมูลโดยการจัดทำสื่อเสนอด้วยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นตัวช่วยในการนำเสนอ เนื่องจากโปรแกรมนำเสนอสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอ ทำให้เกิดความน่าสนใจ และเข้าใจได้ง่ายขึ้น ผู้นำเสนอสามารถเพิ่มเติมเนื้อหา รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหวและสามารถนำเสนอในรูปแบบของเกมหรือสันทนาการได้ในหลากหลายรูปแบบ

ตัวอย่างโปรแกรมที่นิยมนำมาจัดทำสื่อเพื่อนำเสนองาน

Technology workshop

Our Lunch Menu

Investigate Idea : หลังจากที่ลิปดานำสำรวจ ประมวลผล วิเคราะห์ผลและหาทางเลือก และสร้างเป็นเมนูอาหารในโรงอาหาร สำหรับ 5 วัน ลิปดาจะต้องนำเสนอข้อมูลหลายลักษณะตามความเหมาะสม
Missions :
1. ให้นักเรียนเลือกวิธีการนำเสนอที่เหมาะสมกับงาน
2. นักเรียนต้องพิจารณาข้อมูลที่จะนำเสนอให้ละเอียด
3. นักเรียนต้องนำเสนอข้อมูลให้น่าสนใจ
Materials : 1. คอมพิวเตอร์และโปรแกรม Excel 2. อุปกรณ์เครื่องเขียน
ASK : การนำเสนอข้อมูลสามารถทำได้ด้วยวิธีการใดบ้าง
Plan&Design : วางแผนและเตรียมการนำเสนอที่ดีเพื่อให้การนำเสนอเป็นไปด้วยความสมบูรณ์
Building&Testing : ให้นักเรียนลงมือทำตามแผนที่กำหนดไว้
Evaluation&Redesign :
1. นักเรียนสามารถทำภารกิจนี้สำเร็จหรือไม่
2. ส่วนที่ยากที่สุดของภารกิจนี้คืออะไร
3. แนวความคิดที่ได้จากนำเสนอคืออะไร